Monday, June 6, 2016

ปรามผู้ป่วน


ที่ คทพ./๒๕๕๙       ​

๖ มิถุนายน ๒๕๕๙

เรื่อง  ขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิดทางพระวินัยตามกฎนิคหกรรม ด้วยข้อกล่าวหาต้องอาบัติปาราชิก สิกขาบทที่ ๒ ต่อหลวงปู่พุทธอิสระ หรือพระสุวิทย์ ธีรธัมโม

กราบนมัสการ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง, เจ้าคณะภาค ๑๔, เจ้าคณะจังหวัดนครปฐม

สิ่งที่ส่งมาด้วย ภาพข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

​เนื่องด้วยศาลแพ่งได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ คดีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องหลวงปู่พุทธอิสระ หรือพระสุวิทย์ ธีรธัมโม และพวก แกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.) เรื่องละเมิด เรียกค่าเสียหาย ๒,๖๖๓,๔๐๙ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๗.๕ ต่อปี จากกรณีระหว่างเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๖ - มกราคม ๒๕๕๗ ร่วมกันบุกเข้าไปใน อาคารดีเอสไอ ถ.แจ้งวัฒนะ แล้วทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ สายไฟ กล้องวงจรปิด ที่อยู่ในความครอบครองของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)

​โดยโจทก์ซึ่งมีสำนักงานคดีแพ่ง สำนักงานอัยการสูงสุด ทำหน้าที่ทนายแผ่นดิน (อัยการว่าความแพ่งมีฐานะเท่าทนาย) ยื่นฟ้องคดีต่อศาล เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ทำให้เจ้าหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ โดยระหว่างการชุมนุมมีการตัดสายไฟฟ้าเมนหลัก และทำให้เครือข่ายระบบอินเทอร์เน็ตกับคอมพิวเตอร์ได้รับความเสียหาย ตามรายละเอียดของคำพิพากษาที่ปรากฏในภาพข่าวหนังสือพิมพ์ที่แนบมาพร้อมนี้แล้ว

​เมื่อศาลได้พิเคราะห์พฤติการณ์ของจำเลยแล้ว จึงมีคำพิพากษาของศาลแพ่งให้จำเลยที่ ๑ คือ หลวงปู่พุทธอิสระ หรือพระสุวิทย์ ธีรธัมโมให้ต้องร่วมกันรับผิดกับจำเลยที่ ๒ คือ พล.ต.สมเกียรติ วัฒนวิกย์กิจ ร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ ดีเอสไอ ๘๙๙,๒๐๓ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๗.๕ นับจากวันถัดฟ้องคือ วันที่ ๑๙ พฤศจิกายน  ๒๕๕๗ และให้จำเลยร่วมกันจ่ายค่าฤชาธรรมเนียมศาล และค่าทนายความแก่โจทก์อีก ๑๐,๐๐๐ บาท

​พฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดต่อทรัพย์สินของทางราชการของหลวงปู่พุทธอิสระ หรือพระสุวิทย์ ธีรธัมโม​นั้นถือว่าชัดแจ้งแล้วตามคำพิพากษาศาลแพ่งและครบองค์ประกอบความผิดของอาบัติปาราชิก สิกขาบทที่ ๒ ที่มูลค่าของทรัพย์สินมากกว่าห้ามาสกหรือบาทหนึ่ง    ซึ่งมีบัญญัติองค์แห่งอาบัติ ดังนี้ ๑. เป็นของผู้อื่นเป็นชาติมนุษย์หวงแหนอยู่ ๒. สำคัญรู้ว่า เป็นของผู้อื่นหวงอยู่ ๓. ของนั้นราคาบาทหนึ่งหรือราคากว่าบาทหนึ่งขึ้นไป ๔. เถยยจิต  ๕. อาการที่ถือว่าลักทรัพย์ด้วยอวหาร

​ดังนั้น จึงกราบนมัสการมาเพื่อให้เจ้าคณะจังหวัดนครปฐมได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิดทางพระวินัยตามกฎนิคหกรรม ด้วยข้อกล่าวหาต้องอาบัติปาราชิก สิกขาบทที่ ๒ ต่อหลวงปู่พุทธอิสระ หรือพระสุวิทย์ ธีรธัมโม วัดอ้อน้อย ตำบลห้วยขวาง อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม โดยให้พ้นจากความเป็นพระในทางพระพุทธศาสนา เพื่อยังความศรัทธาของพุทธบริษัทให้ดำรงมั่นคงต่อไป

กราบนมัสการมาด้วยความเคารพ

นายประสิทธิ์ สันจิตร
ประธานเครือข่ายพิทักษ์พุทธ

============================

วันนี้ (6 มิ.ย. 59) เวลา 10.00 น.
"ชมรมแสงตะวัน" 
ได้เข้าแจ้งความกล่าวโทษ "นายสมเกียรติ อ่อนวิมล" ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในข้อหากระทำผิด พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) ด้วยการนำข้อความอันเป็นเท็จใส่ร้าย "วัดพระธรรมกาย" ลงในทวิตเตอร์ส่วนตัว ซึ่งถือเป็นการส่อเจตนาไม่หวังดีต่อวัดพระธรรมกายและชาวพุทธผู้มีความเลื่อมใสต่อวัดพระธรรมกายทั่วโลก
ณ สถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย 1 กรุงเทพฯ
และ เวลา 14.00 น.
"กลุ่มรักพระพุทธศาสนา" 
ได้เข้าแจ้งความกล่าวโทษ "นายสมเกียรติ อ่อนวิมล" ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในข้อหากระทำผิด พรบ. คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) ด้วยการนำข้อความอันเป็นเท็จใส่ร้าย "วัดพระธรรมกาย" ลงในทวิตเตอร์ส่วนตัว 
ณ สถานีตำรวจภูธรอำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เช่นเดียวกัน


No comments:

Post a Comment