"การต่อสู้ของศิษย์วัดพระธรรมกาย :
สะท้อนพลังศรัทธามาเป็นกำแพงแก้ว
คุ้มกันสถาบันพระพุทธศาสนา
นี่คือสัญญาณบอก 'เราทิ้งกันไม่ได้' "
----------------------------------
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บรรจบ บรรณรุจิ
@ ผมไม่ได้ "อิน" กับวัดพระธรรมกายไปเสียทุกเรื่อง
มีหลายเรื่องที่ผ่านมาก็เคยวิจารณ์ แต่เป็นการติเพื่อก่อเสียมากกว่า ไม่ใช่เพื่อทำลายกัน
เพราะผมรู้ดีว่าพลังศรัทธาที่ก่อตัวมาถึงขนาดนี้ไม่ใช่ได้มาง่ายๆเหมือนลอยมาจากอากาศ
ทว่ามาจากการเสียสละและความตั้งใจดีในการทำงาน
ของทุกฝ่ายในวัด
@ ผมกับเพื่อนร่วมงานที่จับตาดูเหตุการณ์นี้ต่างกังวลใจมาก เพราะมันหมายถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่จะทำให้สถาบันพระพุทธศาสนาหมดความสง่างาม
และคิดอยู่เสมอว่า หากทางการใช้กำลังเข้ามา แล้วพลังศรัทธาของสาธุชนวัดพระธรรมกายจะทานกำลังนั้นได้ไหม ?
@ ทำไม เราจะต้องวิตกขนาดนั่น ?
คำตอบคือ ณ วันนี้ วัดไทยเราที่ทรงพลัง มีการจัดการที่เยี่ยมยอด
มีระบบการดำเนินการที่ฉับไว และร่วมรับรู้และแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองเสมอมา
จนทำให้สง่างามในสีงคมโลก ไม่มีวัดไหนเกินวัดพระธรรมกาย
ดังนั้น การชะงักงันหรือการล่มสลายของวัดพระธรรมกาย
คือการล่มสลายของสถาบันพระพุทธศาสนาไทย
เพราะฝ่ายที่เหี้ยนกระหือรือที่จะปฏิรูปคงไม่ไว้หน้าวัดอื่นๆต่อไป อนึ่ง ยุคนี้ เป็นยุคที่แม้มหาเถรสมาคมเองก็อ่อนกำลังป้องกันตัวเองไม่ได้ พวกปฏิรูปคงสนุกมือละ
สถาบันพระพุทธศาสนาก็คงหมดความสง่างาม
...นี่แหละคือจุดที่เราวิตก
@ แต่แล้วเมื่อถึงวัน...เราก็หายวิตก เพราะสายธารศรัทธาหลั่งมาเป็นกำแพงแก้วอันทรงพลัง....ทำให้ฝ่ายบ้านเมืองต้องคิด เหมือนอย่างบทสรุปข้างล่าง
… 😑เกี่ยวกับประเด็นนี้พิธีกรรายการ "Tonight Thailand" แสดงความเห็นไว้อย่างน่าสนใจว่า
... "สิ่งที่ทางศิษยานุศิษย์ของวัดพระธรรมกายพูดมันไม่ใช่เรื่องน่าขัน มันคือการสะท้อนให้เห็นว่า
ประเทศไทยกำลังขาดความเชื่อมั่นในหลักนิติรัฐอย่างรุนแรงมากๆ และตราบใดที่ยังไม่สามารถทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในหลักนิติรัฐได้ รัฐบาลยากที่จะปกครองเข้าด้วยวิธีอื่น
นอกเหนือจากการใช้กำลัง ซึ่งมันก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยทุกวันนี้ .. มาตรา 44 ก็คือการใช้กำลังในเชิงนิตินัยไม่ใช่เชิงพฤตินัยนั่นเอง"
... ขณะที่ศิษย์วัดพระธรรมกายบางท่านโพสมุมมองส่วนตัวว่า เป็นเรื่องยากที่จะเชื่อว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ที่คณะศิษย์สามารถเชื่อมั่นและพึ่งพาได้ ทั้งนี้ โดยวิเคราะห์จากสถานการณ์และกระบวนการที่ผ่านมา ดังต่อไปนี้
(1) การที่ รมว. ยุติธรรมพูดว่า จับได้ต้องสึกสถานเดียว ยังไม่ทันพิสูจน์ความจริงก็โดนจับสึกแล้ว แบบนี้ยุติธรรมไหม ?
(2) การที่คุณไพบูลย์ นิติตะวัน พูดในรายการถามตรงๆ ว่า จับได้ต้องใช้ พรบ.สงฆ์ มาตรา 30 คือจับสึกอย่างเดียว เพราะถ้าจับสึกไม่ได้ คุณไพบูลย์ก็อยู่ไม่ได้ แบบนี้ยุติธรรมไหม ?
(3) การที่ดีเอสไอเชิญทั้งคุณไพบูลย์ นิติตะวัน และนายมโน เลาหวาณิชย์ ไปเป็นที่ปรึกษาวางแผนจับสึก ซึ่งทั้งสองประกาศตนเป็นคู่ปรปักษ์กับวัดพระธรรมกายออกสื่ออย่างชัดเจน แบบนี้ยุติธรรมไหม ?
(4) การที่ดีเอสไอนัดเจรจากับเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี แต่แล้วกลับไปออกรายการทีวีว่า มติการเจรจาไม่มีผลต่อการตัดสินใจของดีเอสไอ แบบนี้จะประชุมทำไม แบบนี้หลอกใช้พระให้มาจับสึกไปติดคุกใช่หรือไม่
(5) พฤติการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ สะท้อนให้เห็นว่า ฝ่ายหนึ่งทำอะไรก็ไม่ผิดกฎหมาย ไม่มีใครห้ามปราม แต่อีกฝ่ายหนึ่ง นอนป่วยเฉยๆ อยู่ในวัด ต้องยกกองกำลังมาจับสึกติดคุกให้ได้ ... แบบนี้มันยุติธรรมไหม ?
(6) กระบวนการยุติธรรมแบบนี้ มีแต่กับดักอันตราย ไม่ต่างอะไรจากเขียนคำสั่งพิพากษาประหารชีวิตไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ยังไม่มีผู้ต้องหาด้วยซ้ำไป
(7) ระบบกฎหมายที่ไม่มีสิทธิขั้นพื้นฐานในการปกป้องตัวเองแม้กระทั่งยามเจ็บป่วยแบบนี้ ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อย่างแน่นอน😊
@ ผมดีใจที่ บทสรุปนี้มาจากลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย
เพราะนอกจากแสดงถึงความแกร่งทางด้านศรัทธาแล้ว
ยังแข็งแกร่งทางด้านสติปัญญา ...
อันที่จริงเหตุการณ์นี้เริ่มมาจากอดีตลูกศิษย์เอก
ของวัดพระธรรมกายคือคุณหมอท่านหนึ่ง
ที่ปัจจุบันมีความเห็นต่างจากครูอาจารย์ แต่ได้แรงหนุนดีจาก
ฐานอำนาจ จึงสมควรแล้วที่จะต้องใช้สติปัญญาของ
ลูกศิษย์ปัจจุบันแก้ไข
@ แต่ไม่ต้องห่วง พวกเราจะไม่ให้ท่านโดดเดี่ยว ...
เพราะวัดพระธรรมกายคือสถาบันของพระพุทธศาสนา
และเราถือว่า พระพุทธศาสนาอยู่ได้ ทุกสถาบันรอดหมด ....
เราจึงทิ้งกันไม่ได้
Friday, December 23, 2016
Tuesday, December 13, 2016
จดหมายเปิดผนึก ถึงนายกรัฐมนตรี และรองฯ (รักษาการ รมว.ยุติธรรม)
จดหมายเปิดผนึก ถึงนายกรัฐมนตรี
และรองฯ (รักษาการ รมว.ยุติธรรม)
การเป็นผู้ถือกฎหมาย แล้วไม่อำนวยความยุติธรรม แล้วบอกให้ผู้อื่นต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ถือว่า เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่. การออกมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ของนายกรัฐมนตรี และ รองนายกรัฐมนตรี (รักษาการ รมว.ยุติธรรม) เรียกร้องให้ หลวงพ่อธัมมชโย ออกมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ออกมาต่อสู้ตามกฎหมาย ท่านนายกฯ และท่านรองฯ ผู้รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ลืมอะไรไปหรือเปล่าคะ หรือท่านเรียนกฎหมายมานาน จนความรู้คืนอาจารย์ไปแล้ว
ใครบอกว่า หลวงพ่อธัมมชโย ใครบอกว่า วัดพระธรรมกาย ไม่ทำตามกฎหมาย ทุกวันนี้ วัดพระธรรมกาย ก็เดินตามข้อกฎหมายทุกอย่าง ใช่ค่ะ ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย แต่คนถือกฎหมาย ที่ถือช่องว่างทางกฎหมาย หาทางทำให้คู่ขัดแย้ง หมดหนทางต่อสู้เหมือนปิดประตูตีแมว แต่นี่คือการ ปิดประตูตีพระ มันบาปนะท่าน คิดว่าระดับปรมาจารย์ทางกฎหมาย อย่างท่านรองฯวิษณุ เครืองาม (รักษาการ รมว.ยุติธรรม) คงไม่ต้องให้บอกว่า คนรักษากฎหมาย อย่าง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ข้ามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างไร จนมาถึงวันที่ออกหมายเรียกคนป่วย (พระเรียกว่า อาพาธ)
การแจ้งให้รับทราบข้อกล่าวหา การเรียกมาสอบสวน
คนไม่ป่วย อย่างดีเอสไอ ก็เดินไปแจ้งหลวงพ่อที่วัดได้นี่คะ ไม่เห็นจำเป็นต้องออกหมายจับ ให้เป็นประเด็น ให้เอามาพูดได้ว่า หลวงพ่อธัมมชโยไม่ทำตามกฎหมาย พูดซะจนพระ กลายป็นผู้ร้าย เป็นอาชญากรทางสังคมไปเลย หลักการเจรจาไกล่เกลี่ย ศูนย์สันติวิธี ศูนย์ระงับข้อพิพาท เรามีไว้ทำอะไรหรือคะท่าน หากคนถือกฎหมาย จงใจกระทำให้เกิดข้อขัดแย้งเสียเอง. ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทยก็วังเวงนะคะ ขอจบจดหมายน้อยไว้เพียงเท่านี้.
กราบเรียนมา ด้วยความเคารพรักอย่างสูงยิ่งค่ะ
ศศินภา. นิติธรรมปพน. กรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา. สภาปฏิรูปแห่งชาติ.
( สภาปฏิรูปแห่งชาติ เป็นประวัติศาสตร์ไปแล้ว ไม่มีผู้สืบต่อตำแหน่ง
จึงไม่จำเป็นต้องใส่คำว่า “อดีต“ ไว้หน้าตำแหน่ง
หากไม่เข้าใจ ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ)
๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๙
วันพระ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนอ้าย
ในรัชสมัย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ
บดินทรเทพยวรางกูร.
รัชกาล ที่ ๑๐ ราชวงศ์จักรี แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ฯ.
และรองฯ (รักษาการ รมว.ยุติธรรม)
การเป็นผู้ถือกฎหมาย แล้วไม่อำนวยความยุติธรรม แล้วบอกให้ผู้อื่นต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ถือว่า เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่. การออกมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ของนายกรัฐมนตรี และ รองนายกรัฐมนตรี (รักษาการ รมว.ยุติธรรม) เรียกร้องให้ หลวงพ่อธัมมชโย ออกมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ออกมาต่อสู้ตามกฎหมาย ท่านนายกฯ และท่านรองฯ ผู้รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ลืมอะไรไปหรือเปล่าคะ หรือท่านเรียนกฎหมายมานาน จนความรู้คืนอาจารย์ไปแล้ว
ใครบอกว่า หลวงพ่อธัมมชโย ใครบอกว่า วัดพระธรรมกาย ไม่ทำตามกฎหมาย ทุกวันนี้ วัดพระธรรมกาย ก็เดินตามข้อกฎหมายทุกอย่าง ใช่ค่ะ ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย แต่คนถือกฎหมาย ที่ถือช่องว่างทางกฎหมาย หาทางทำให้คู่ขัดแย้ง หมดหนทางต่อสู้เหมือนปิดประตูตีแมว แต่นี่คือการ ปิดประตูตีพระ มันบาปนะท่าน คิดว่าระดับปรมาจารย์ทางกฎหมาย อย่างท่านรองฯวิษณุ เครืองาม (รักษาการ รมว.ยุติธรรม) คงไม่ต้องให้บอกว่า คนรักษากฎหมาย อย่าง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ข้ามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างไร จนมาถึงวันที่ออกหมายเรียกคนป่วย (พระเรียกว่า อาพาธ)
การแจ้งให้รับทราบข้อกล่าวหา การเรียกมาสอบสวน
คนไม่ป่วย อย่างดีเอสไอ ก็เดินไปแจ้งหลวงพ่อที่วัดได้นี่คะ ไม่เห็นจำเป็นต้องออกหมายจับ ให้เป็นประเด็น ให้เอามาพูดได้ว่า หลวงพ่อธัมมชโยไม่ทำตามกฎหมาย พูดซะจนพระ กลายป็นผู้ร้าย เป็นอาชญากรทางสังคมไปเลย หลักการเจรจาไกล่เกลี่ย ศูนย์สันติวิธี ศูนย์ระงับข้อพิพาท เรามีไว้ทำอะไรหรือคะท่าน หากคนถือกฎหมาย จงใจกระทำให้เกิดข้อขัดแย้งเสียเอง. ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทยก็วังเวงนะคะ ขอจบจดหมายน้อยไว้เพียงเท่านี้.
กราบเรียนมา ด้วยความเคารพรักอย่างสูงยิ่งค่ะ
ศศินภา. นิติธรรมปพน. กรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา. สภาปฏิรูปแห่งชาติ.
( สภาปฏิรูปแห่งชาติ เป็นประวัติศาสตร์ไปแล้ว ไม่มีผู้สืบต่อตำแหน่ง
จึงไม่จำเป็นต้องใส่คำว่า “อดีต“ ไว้หน้าตำแหน่ง
หากไม่เข้าใจ ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ)
๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๙
วันพระ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนอ้าย
ในรัชสมัย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ
บดินทรเทพยวรางกูร.
รัชกาล ที่ ๑๐ ราชวงศ์จักรี แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ฯ.
Subscribe to:
Posts (Atom)