Friday, April 29, 2016

ทำไมไม่ปล่อยให้หลวงพ่อของคุณใช้กรรม

"ทำไมไม่ปล่อยให้หลวงพ่อของคุณใช้กรรม"

Somchay Jaiyim ถาม: ท่านเป็นพระ ทำไมท่านไม่ถือว่านี่คือบ่วงกรรมบ้างล่ะครับ อย่าไปถือว่าเป็นการกลั่นแกล้งสิครับ ท่านสอนฆราวาสว่าทุกคนเกิดมาก็ต้องใช้กรรมหรือรับบุญแต่ชาติที่แล้ว พระพุทธเจ้าท่านรู้ว่าเนื่อสุกรมีพิษแต่ชาวบ้านเอามาถวายท่านยังต้องฉันท์ แล้วเหตุใดทำไมหลวงพ่อของท่านไม่ไปสู้กันทางกฎหมายล่ะครับ ถ้าศาลตัดสินว่าหลวงพ่อของท่านบริสุทธิจริงผมว่าน่าจะมีคนศัทธาเพิ่มมากขึ้นอีกมากมายนะครับ แล้วอย่าไปอ้างเรื่องความไม่ยุติธรรมเลยครับมันจะดูเป็นการแก้ตัวมากกว่า อ้อ...ยังมีอีกเรื่องครับท่าน ถ้าจะพูดถึงบาป บุญ คุณ โทษ ผมว่าคนเขาไม่ค่อยกลัวกันหรอกครับเพราะถ้ากลัวจริงก็คงจะไม่มี เณรคำ เณรแอ พระยันตระ และอีกมากที่ผมจำชื่อไม่ได้ครับ ....
ผิดพลาดประการใดก็ขออภัยด้วยนะครับท่าน...

พระเรืองศักดิ์ เตชวโร ตอบ: ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมคุณโยมที่ใช้คำสุภาพในการสอบถาม

สมมุติว่าพ่อแม่ของคุณโยมเป็นคนดี ประกอบอาชีพด้วยความสุจริต ซึ่งคุณโยมรู้ดีเพราะอยู่กับท่านมานาน

แล้ววันหนึ่งมีเจ้าหน้าที่บ้านเมืองพยายามยัดเยียดความผิดให้ท่าน เพราะผลประโยชน์อะไรบางอย่างของผู้บงการ ซ้ำยังประโคมข่าวกดดันจนผู้คนหลงเชื่อว่าพ่อแม่ของคุณโยมมีความผิดจริง

คุณโยมรู้ว่าถ้าปล่อยไปอย่างนี้ พ่อแม่ของคุณโยมคงจะต้องติดคุกจนตายโดยไม่มีความผิดอะไร คุณโยมจะปล่อยให้เป็นไปตามกรรม หรือจะพยายามหาทางช่วยท่าน

หลวงพี่คิดว่าคนที่มีความกตัญญูรู้คุณพ่อแม่ เขาจะต้องพยายามหาทางช่วยท่านอย่างแน่นอน แม้จะไม่มีอำนาจอิทธิพลที่จะไปสู้กับฝ่ายเจ้าหน้าที่บ้านเมืองก็ตาม

เมื่อเสียงน้อยๆของคุณโยมพยายามตะโกนบอกทุกๆคนว่า พ่อแม่ของคุณโยมเป็นผู้บริสุทธิ์ และวิงวอนขอร้องว่าอย่ากลั่นแกล้งใส่ร้ายท่านเลย

แต่เสียงมากมายตอบกลับมาว่า
ไอ้คนชั่ว อย่ามาแก้ตัว
ถ้ามั่นใจว่าไม่มีความผิดก็ไปมอบตัวสิ
กฎหมายยุติธรรมนะ

พร้อมกับกล่าวหาเรื่องอื่นๆที่ไม่จริง
พวกนี้มันโกงแม้แต่พี่น้อง
คนยากจนมันก็ไม่เว้น
บ้านรถมันหรูหรา โกงมาทั้งนั้น

พร้อมคำหยาบและถ้อยคำเสียดสีต่างๆนานา...

คุณโยมจะรู้สึกอย่างไร

พ่อแม่ของคุณโยมเป็นชาวพุทธ เชื่อมั่นในเรื่องกฎแห่งกรรม ท่านสอนคุณโยมว่า อย่าไปสร้างบาปกรรมใหม่ อย่าไปว่าร้ายทำลายเขา ต้องให้อภัยเขาจะได้ไม่ผูกเวรกัน

คุณโยมต้องปกป้องพ่อแม่ของคุณโยม โดยไม่ไปทำร้ายเขา แม้ว่าเขาจะมีเจตนาทำร้ายพ่อแม่ของคุณโยมให้ย่อยยับก็ตาม

คุณโยมเหลือทางสู้อยู่นิดเดียว คุณโยมจะสู้หรือไม่???

สำหรับลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย หลวงพ่อธัมมชโยสอนและให้กำลังใจพวกเราให้สร้างบุญกุศลให้เต็มที่ ทั้งทาน ศีล และภาวนา เพื่อไปตัดรอนบาปกรรมเก่าที่เคยผิดพลาดทำมาในอดีต และห้ามเราสร้างบาปอกุศลใหม่เพิ่มขึ้นอีก เพื่อให้เราพ้นจากความทุกข์ทั้งหลาย ได้เข้าถึงพระนิพพานในที่สุด

ลูกศิษย์วัดพระธรรมกายเข้าวัดกันมาหลายปี เรารู้จักพระพ่อของเราดี... ดีกว่าสื่อทั้งหลายที่ออกข่าวให้ร้ายท่าน และดีกว่าคนที่อ่านแต่ข่าวแล้วมาว่าร้ายท่าน

ลูกศิษย์วัดพระธรรมกายทุกคนมีความกตัญญูกตเวทีต่อพระพ่อของเรา พวกเราจึงพร้อมที่จะปกป้องพระพ่อของเราด้วยชีวิต แต่ไม่ได้คิดที่จะทำลายฝ่ายตรงข้ามให้พินาศเหมือนกับที่เขาคิดจะทำกับพระพ่อของเราเลย ขอมนุษย์และเทวดาทั้งหลายโปรดรับทราบด้วยเทอญ

Thursday, April 28, 2016

เราอาจจะไม่ดีเท่าท่าน...

"...เราอาจจะไม่ดีเท่าท่าน
▶️แต่เราไม่เคย "หลอกขายบุญ"
▶️"ใช้ผ้าเหลืองหากิน"
▶️"บิดเบือนพระธรรม"
⏸และ"วุ่นวายกับเงินๆทองๆ..."
~~~~~~<>��

ข้อความข้างบนนี้ คัดลอกจากคอมเม้นต์ในเพจหนึ่ง...ของท่านผู้หนึ่ง(ที่จะไม่ระบุชื่อ) ที่ได้เข้ามาแสดงความเห็นส่วนตัวในด้านลบต่อหลวงพ่อธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย...ซึ่งผู้เขียนคิดว่า น่าจะถือเป็นตัวแทนในการที่จะได้ตอบปัญหาของบรรดาผู้ที่โจมตีหลวงพ่อโจมตีวัดพระธรรมกายโดยปราศจากข้อมูล หรือไม่เคยได้เข้ามาสัมผัสความจริงใดๆ เลย...

✍ดังนั้น ในฐานะที่ผู้เขียนเป็นสาธุชนคนหนึ่งที่ได้เข้าวัดนี้และมีประสบการณ์ตรง ไม่ได้ด้นเดาหรือฟังข่าวลือหรือตกอยู่ใต้อิทธิพลของสื่อที่ปราศจากจรรยาบรรณ ผู้เขียนเพียงอยากเล่าเรื่องและประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เขียนเองเพื่อชี้แจงต่อท่านเจ้าของคอมเม้นต์ข้างต้นรวมทั้งผู้อ่านบางท่านที่อาจจะมีความไม่เข้าใจเพื่อเป็นข้อมูลอีกด้านหนึ่ง...ขอฝากไว้ให้นำไปพิจารณาด้วย...��

...เรียนคุณ S--------g

��ขอโทษค่ะที่พูดมาทั้งหมดนั้น... เป็นข้อเท็จจริงที่คุณได้ประสบพบเห็นด้วยตนเองโดยตรง หรือว่าฟังจากสื่อหรือที่เขาเล่าๆกันปากต่อปาก...ถ้าเป็นเช่นนั้น คุณก็เป็นคนที่ถูกหลอกได้ง่ายกว่าคนที่เข้าวัดพระธรรมกายที่คุณคิดว่าพวกเขาถูกหลอกเสียอีก...เพราะคนที่เข้าวัดนี้...เมื่อมาถึงก็มีอาหารโรงทานที่อร่อยสะอาดให้รับประทานจนอิ่ม ฟรี‼️ มีห้องน้ำที่สะอาดยิ่งกว่าห้องนอนที่บ้านของคนบางคน... เพราะสาธุชนศิษย์วัดพระธรรมกายทุกคนถูกอบรมสั่งสอนจากหลวงพ่อให้มีใจสูง ....ท่านสอนลูกๆ ว่า..."ใช้ห้องน้ำแล้วต้องให้คนที่มาใช้ทีหลัง...รู้สึกเสมือนว่าเขาเป็นคนแรกเสมอ"....��

☝️เอาแค่เรื่องเล็กๆ แค่นี้ คุณเคยได้ยินคำสอนแบบนี้ที่ไหนหรือวัดไหนบ้างไหม? ยังไม่ต้องพูดถึงธรรมะละเอียดที่สูงขึ้นไปกว่านี้...

นอกจากรับประทานอาหารฟรีแล้ว ยังมีรถรับส่งกลับบ้านฟรี โดยหลวงพ่อใช้ปัจจัยของเจ้าภาพผู้บริจาคที่หวังเอาบุญกับหลวงพ่อที่จะได้เผยแผ่ธรรมะชักจูงให้ผู้คนหันมาเข้าวัด ถือศีลเจริญสมาธิภาวนากันมากๆ เพื่อสังคมจะได้มีแต่คนดี...

    ������ ตั้งแต่ย่างเท้าเข้าวัด ทุกอย่างรอบตัว มีแต่ความสะอาดเป็นระบบระเบียบเรียบร้อย คนวัดพระธรรมกายไม่ว่าร้ายใคร ไม่เบียดเบียดประทุษร้าย มีวินัย เคารพ อดทน เอื้อเฟื้อ ไม่มีใครทิ้งขยะเรี่ยราดในวัด ถ้าคุณเข้ามาแล้วคุณทิ้งขยะ แม้เจ้าภาพเศรษฐีก็สามารถจะก้มลงเก็บขยะที่คุณทิ้งโดยที่ไม่ว่ากล่าวรุนแรง แต่จะพูดกับคุณด้วยความสุภาพแล้วชี้บอกที่ตั้งถังขยะ พร้อมลงท้ายประโยคด้วยคำว่า สาธุ อนุโมทนาบุญค่ะ/ครับ ...

☝️ถามว่า คุณเคยเห็นบรรยากาศแบบนี้ที่วัดไหนบ้าง?...ถ้าคุณไม่เชื่อขอเชิญคุณมาที่วัดพระธรรมกาย พวกเราทุกคนไม่ว่าเจ้าภาพเล็กเจ้าภาพใหญ่ยินดีต้อนรับ และพร้อมจะเป็นกัลยาณมิตรให้คุณ...ขอรับรองว่าเงินแม้แต่บาทเดียวจะไม่ร่วงหล่นจากกระเป๋าของคุณเลย...หากคุณไม่ศรัทธาจะบริจาคออกไป...

...ที่คุณเห็นว่าวัดนี้ใหญ่โต กว้างขวาง สง่างาม...ทุกสิ่งนั้นล้วนสร้างขึ้นจากศรัทธาของสาธุชนที่เข้าวัดพระธรรมกาย ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นต่างได้ซาบซึ้งและเข้าถึงธรรมะที่หลวงพ่อท่านได้อบรมสั่งสอนแล้ว จิตใจได้ถูกยกขึ้นสูงและขัดเกลาแล้ว..ได้รู้ว่า คนเราเกิดมาเพื่อวัตถุประสงค์ใด และอะไรคือจุดมุ่งหมายของชีวิต ...พวกเขาจึงตั้งใจทำทานด้วยจิตที่เปี่ยมเมตตาปรารถนาจะเป็น"ผู้ให้" ตั้งใจฝึกตนให้เป็นชาวพุทธแท้ด้วยการรักษาศีล เจริญสมาธิภาวนา ด้วยปัญญาที่เห็นแจ้งในธรรมะ ��

➡️ คำว่า"หลอกขายบุญ" เป็นคำพูดประทุษร้ายเพียงเพื่อความสะใจ�� แต่หาสาระความจริงมิได้ เพราะ✨บุญ✨แปลว่า��ความดี�� ความดีซื้อขายไม่ได้ ความดีต้องเกิดขึ้นจากภายใน จากใจที่กล่อมเกลาขัดละเอียดแล้ว เมื่อใจละเอียดใจสูงมีปัญญาภายในแล้ว จึงมีความรู้แยกแยะได้ว่าอะไรดีอะไรชั่ว ‼️

☝️...ใจสูงแล้ว มีเมตตาแล้วจึง��ให้ทาน✨ได้ ใจที่คิดโลภอยากได้มีแต่ความตระหนี่ ย่อมไม่สามารถที่จะเป็น "ผู้ให้" ...ความศรัทธานั้น เป็นสิ่งที่บังคับไม่ได้ซื้อขายไม่ได้ ��

➡️��หลวงพ่อท่านเป็นพระผู้บริสุทธิ์ ถือศีล ๒๒๗ ข้อ เคร่งครัด ฉันสองมื้อ ไม่เคยออกจากวัดไปท่องเที่ยวหรือไปต่างประเทศที่ไหนๆ เลย ท่านอยู่กุฎิเล็กๆ ที่เรียบง่าย ภายในไม่มีเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งหรูหรา หลวงพ่อทำงานพระศาสนาแทบไม่มีเวลาพักผ่อนทั้งที่ร่างกายท่านเจ็บป่วย...หนักหนา... แต่ด้วยมโนปณิธานและกำลังใจอันเด็ดเดี่ยวผู้คนทั้งหลายจึงได้เห็นท่านปฏิบัติศาสนกิจอย่างไม่มีวันหยุดหย่อน������

➡️�� หลวงพ่อจะ"ใช้ผ้าเหลืองหากินไปทำไม"⁉️ เพราะญาติโยมที่เคารพรักศรัทธาหลวงพ่อมีมากมาย ท่านทานบดีเหล่านั้นได้ถวายภัตตาหารแด่หลวงพ่อเพื่อเลี้ยงพระเณรทั้งวัดกว่า ๓,๐๐๐ รูป รวมทั้งสาธุชนที่มาเข้าวัดฟังธรรมปฏิบัติธรรมอย่างบริบูรณ์ทุกวันตลอดทั้งเดือนทั้งปีไม่มีอดอยาก...��

➡️ หลวงพ่อจำเป็นต้อง "ทำมาหากินหลอกขายบุญ" เพื่อใส่ปากท้องสนองตัณหาความอยากอันใดอีกหรือ⁉️

��‍❤️‍����คนที่เข้าวัดพระธรรมกายนับจำนวนเรือนแสนเรือนล้านนั้น มีทุกระดับตั้งแต่ปัญญาชน มันสมองของประเทศทุกสาขาอาชีพ มหาเศรษฐีทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ล้วนมีฐานะร่ำรวยมหาศาล ไปจนถึงคนชั้นกลาง รากหญ้า... พวกเขารักศรัทธาเทิดทูนหลวงพ่อจนถึงขนาดยอมตายแทนเพื่อปกป้องหลวงพ่อได้... และในบรรดาเจ้าภาพผู้มีฐานะมั่งคั่งร่ำรวย ท่านเหล่านั้นต่างพร้อมที่จะบริจาคปัจจัยหรือวัตถุสิ่งของถวายหลวงพ่อมากมายเพื่อความสุขส่วนตัวหากว่าหลวงพ่อประสงค์เช่นนั้น...��แล้วหลวงพ่อยังจำเป็นที่จะต้องใช้ผ้าเหลืองเพื่อหากินไปทำไม...⁉️

➡️ เงินทุกบาททุกสตางค์ ที่เจ้าภาพบริจาคทำบุญมานั้นเกิดจากความศรัทธาในตัวหลวงพ่ออย่างแท้จริง��...และเงินบริจาคเหล่านั้นหลวงพ่อได้เปลี่ยนเป็นอาคารสถานที่สัปปายะสะดวกสบายรองรับผู้เข้าวัดปฏิบัติธรรม ผู้หวังมาพบความสงบร่มเย็น มาพัฒนาจิตใจ ยกระดับคุณธรรมภายใน เพื่อพัฒนาตนไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ เป็นสุจริตชน เป็นกัลยาณชน คนดีที่ไม่ประทุษร้ายเบียดเบียน...

▶️��✨หลวงพ่อ��เพียงหวังอยากสร้างคนดีให้แก่สังคม ประเทศชาติ...ต้องการเอาธรรมะไปสู่ใจผู้คนให้ได้มากที่สุด... เพื่อให้โลก�� ใบนี้เป็นโลกแห่งความรักเมตตาและสันติภาพด้วยพระธรรมคำสอนแห่ง✨องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า✨อย่างแท้จริง��

➡️ หลวงพ่อ�� ไม่เคยบิดเบือนพระธรรม ท่านสอนตรงตามธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตามพระไตรปิฎกสามารถตรวจสอบได้ไม่ยากเลย ...ท่านเป็นนักเทศน์ที่สามารถนำธรรมะที่ยากมาทำให้เป็นเรื่อง�� ฟังง่าย ~คิดง่าย ~เห็นตามได้ง่าย... ซึ่งนับว่าเป็นทักษะอันยอดเยี่ยมของท่าน ทุกคำจากคำสอนของท่านนั้น...����‍❤️‍��โดนใจ ตรึงใจ จำง่าย และนำไปปฏิบัติให้เห็นจริงได้ง่ายๆ...��‍❤️‍��

��วัดพระธรรมกาย...��ที่นี่มีเปรียญธรรม ๙ ประโยคมากที่สุด พระเณรไม่ได้มีที่จะอยู่เฉย เช้าเอนเพลนอน...ทุกรูปต่างต้องปฏิบัติสมณกิจสมณธรรม ต้องพากเพียรขวนขวาย ศึกษาพระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ฝึกตัวฝึกตนเพื่อเป็นพระดีพระแท้ ✨"บวชสองชั้น" ✨ตามคำพระเดชพระคุณหลวงพ่อ��

☝️...ถ้าคุณได้มีโอกาสย่างเหยียบเข้ามาในวัดพระธรรมกาย คุณอาจจะอดรู้สึกไม่ได้ว่าที่นี่เหมือน��เมืองลับแล��...ที่ผู้คนห่างไกลจากความหยาบกระด้าง แก่งแย่ง ชิงดี เอารัดเอาเปรียบ เบียดเบียน ประทุษร้าย ...เป็นความแตกต่างจากโลกภายนอกที่เร่าร้อนวุ่นวาย��...เพียงแค่รั้วกำแพงกั้นของวัดเท่านั้น...��

�� �� คุณอยากพิสูจน์ไหม? เราขอเรียนเชิญให้คุณมา แค่มาดูอย่างเดียวเท่านั้น... เพื่อคุณจะได้คำตอบที่คุณได้พิสูจน์แล้วด้วยตาตนเองและประจักษ์แก่ใจอย่างที่ใครก็ไม่อาจ ~"หลอก"~คุณได้‼️

▶️วัดพระธรรมกาย หลวงพ่อ และสาธุชนคนวัดยินดีต้อนรับคุณและทุกท่าน ซึ่งอาจจะยังไม่ได้ข้อมูลเพียงพอ...

�� เราเข้าใจคุณดี...เพราะเราเองก็เคยเป็น 
      ผู้ที่ "ไม่เข้าใจ" มาก่อน‼️

✨�� สาธุ อนุโมทนาคุณ S-g N ที่ทำให้เราได้มีโอกาสชี้แจงในสิ่งที่คุณและหลายๆ คนในสังคมนี้ยังคลางแคลงใจ����...��

✍ แพน.พราวด์��✨
๒๘ เมษายน ๒๕๕๙

▶️ บทความมีลิขสิทธ์
     (ห้ามตัดต่อดัดแปลง)

Wednesday, April 27, 2016

สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นกับวัดพระธรรมกาย

สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นกับวัดพระธรรมกาย
✔1. วัดพระธรรมกายมีส่วนเกี่ยวข้อง ในกรณีถูกกล่าวหาว่า..ยักยอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ของ นายศุภชัย ศรีศุภอักษร หรือไม่ ?
ตอบ ↪วัดพระธรรมกายไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับกรณียักยอกเงินดังกล่าว เมื่อมีเหตุเกิดขึ้น ทางวัดได้สอบถามนายศุภชัยว่า..
เงินที่นำมาทำบุญได้มาจากไหน ? ก็ได้รับคำตอบว่า..กู้ยืมมาจากสหกรณ์ฯคลองจั่น และได้ชำระคืนแล้ว  โดยมีหลักฐานคือ การตรวจสอบบัญชีประจำปี และรายงานต่อที่ประชุมใหญ่สหกรณ์ฯ แล้ว
✔2. ยอดเงินบริจาคมากถึงหลายร้อยล้านบาท ทำไม..ทางวัดถึงไม่สงสัยที่มาของเงินบ้าง?
ตอบ ↪นายศุภชัย ไม่ใช่ผู้ที่มาบริจาคทำบุญมากที่สุดของวัด ยังมีผู้ที่บริจาคทำบุญมากกว่านายศุภชัยอีกหลายท่าน
เพราะศาสนสถานที่ก่อสร้างเพื่อรองรับคนเรือนล้านต้องใช้งบประมาณมาก ดังนั้นเมื่อนายศุภชัยมาทำบุญจำนวนมาก และบอกว่า ได้ทำธุรกิจหลายอย่าง  ได้ผลกำไรดีมาก จึงเอามาทำบุญ ทางวัดจึงไม่ได้สงสัยอะไร
✔3. วัดพระธรรมกายนำเงินครั้งนี้ไปทำอะไร ?
ตอบ ↪นำไปใช้ก่อสร้างศาสนสถานตามเจตนาของผู้บริจาค เนื่องจากมีประชาชนมาปฏิบัติธรรมที่วัดจำนวนมาก
คราวละนับล้านคนในงานบุญใหญ่  จึงจำเป็นต้องมีการสร้างศาสนสถานขนาดใหญ่รองรับ ซึ่งการสร้างศาสนสถานรองรับคนจำนวนมากนี้ ก็ต้องใช้งบประมาณจำนวนมากเช่นกัน
✔4. เพราะเหตุใด ทางวัดพระธรรมกายจึงคืนเงินบริจาคของนายศุภชัย จำนวน 684 ล้านบาท ให้แก่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ?
ตอบ  ↪ทางวัดได้รับบริจาคโดยเปิดเผยและสุจริต  และนำเงินบริจาคไปสร้างศาสนสถานตามเจตนาของผู้บริจาคหมดแล้ว
ซึ่งตามกฎหมายแล้วทางวัดไม่สามารถนำเงินของผู้บริจาครายอื่นที่มาบริจาคทำบุญในวัตถุประสงค์อื่นมาคืนให้แก่สหกรณ์ฯได้
  แต่เมื่อเกิดเป็นคดีความขึ้น ทางคณะศิษย์ของวัดพระธรรมกายเห็นว่า  หากมีการต่อสู้คดีกันต่อไปก็จะกินเวลานาน และเกิดความเสียหายทั้งต่อชื่อเสียงของวัด  และต่อสมาชิกสหกรณ์ผู้ฝากเงินที่เดือดร้อน
  จึงได้ตั้งกองทุนรวบรวมเงินเพื่อช่วยเหลือเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนแก่สมาชิกผู้ฝากเงินสหกรณ์  โดยมีเงื่อนไขว่า
หากอนาคตมีการพิสูจน์ได้ว่า  เงินที่ทางนายศุภชัยนำมาบริจาคแก่วัดนั้น  มาจากการกู้ยืมและได้คืนไปหมดแล้ว  ตามที่นายศุภชัยได้แถลงข่าวแก่สื่อมวลชน ทางสหกรณ์ก็จะคืนเงินจำนวนดังกล่าวแก่คณะลูกศิษย์วัด
✔5. ขณะนี้ปัญหาระหว่างสหกรณ์ฯ กับวัดพระธรรมกายเป็นอย่างไรบ้าง ?
ตอบ ↪ ทางสหกรณ์ฯได้มีหนังสือขอบคุณมายังคณะลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย  ที่มีน้ำใจจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือเยียวยาแก่ทางสหกรณ์ฯ และ
สมาชิกสหกรณ์ฯ ที่เดือดร้อนครบจำนวน  ทั้งที่ตามกฎหมายแล้ว เมื่อทางวัดรับเงินบริจาคโดยสุจริตเปิดเผย  และนำเงินไปก่อสร้างศาสนสถานซึ่งเป็นประโยชน์สาธารณะตามเจตนาของผู้บริจาคเสร็จสิ้นไปแล้ว
  ถือเป็นเรื่องไม่ผิดกฎหมาย  ดังตัวอย่าง  ที่นายศุภชัยก็ได้นำเงินไปบริจาคให้แก่วัดและโรงเรียนอื่น ๆ  อีกหลายแห่ง  ซึ่งก็ไม่ต้องคืนเงินแต่ประการใด  แต่ทางคณะลูกศิษย์วัดยึดหลักมนุษยธรรม  จึงจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือเยียวยาแก่สมาชิกสหกรณ์ฯ ที่เดือดร้อน 
ดังนั้นเรื่องราวระหว่างสหกรณ์ฯ กับทางวัดจึงจบลงแล้วด้วยดีทุกประการ   และเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2558  ทางวัดก็ได้ไปให้ข้อมูลกับทาง DSI ในฐานะพยานยืนยันว่า ทางวัดไม่มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นใด ๆ กับนายศุภชัย ในคดียักยอกเงินของสหกรณ์ฯ คลองจั่นแต่อย่างใด
✔6. นักวิชาการบางท่านได้ความคิดเห็นว่า การบริจาคเงินให้แก่วัด ควรมีวิธีการที่โปร่งใสและเปิดเผยมากกว่านี้ โดยควรระบุแหล่งที่มาของเงินนั้นๆ ในการบริจาคด้วย ทางวัดพระธรรมกาย เห็นด้วยกับความคิดเห็นดังกล่าวหรือไม่ อย่างไร ?
ตอบ  ↪ วัดหรือมูลนิธิหรือองค์กรสังคมสงเคราะห์ต่าง ๆ ที่ดำเนินการอยู่ได้ด้วยเงินบริจาค
การจะไปถามผู้บริจาคว่า เอาเงินมาจากไหน ? ในเชิงปฏิบัติจริงทำได้ยาก  เพราะจะเป็นการเสียมารยาทอย่างยิ่ง เหมือนเป็นการดูถูกผู้บริจาค แต่ทางวัดเห็นด้วยกับหลักการความโปร่งใสในการบริจาคทาน
ดังนั้นจึงขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันคิดหาวิธีการที่ปฏิบัติได้จริงมานำเสนอ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย ทุกวัด ทุกมูลนิธิ และทุกองค์กรการกุศลสืบไป
✔7. ในความเชื่อที่ว่า "ยิ่งบริจาคมาก ยิ่งได้บุญมาก ชีวิตในชาติหน้าจะดียิ่ง ๆ ขึ้นไป”  ท่านมีความเห็นอย่างไร?
ตอบ  ↪พระพุทธเจ้าตรัสว่า  ในการบริจาคทานนั้น หากผู้บริจาคมีจิตเลื่อมใสมาก
แม้บริจาคน้อยก็ได้บุญมาก  และทรัพย์ที่นำมาบริจาคนั้น ต้องเป็นทรัพย์ที่ได้มาด้วยความสุจริตด้วย จึงจะได้บุญมาก 
    “คนเราควรให้ทานเต็มกำลังศรัทธาของตนเอง
โดยไม่ให้เดือดร้อนตนเอง และไม่ให้เดือดร้อนผู้อื่น”
============================================
27 เมษายน 2559
#ประธาน (คุณเผด็จ)  และ #รองประธาน (คุณประกิจ)
#สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน  ออกมาประกาศ (ซะที ทำนิ่งอยู่ตั้งนาน )
ว่า  ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจไม่ติดใจเรื่องคดีกับวัดพระธรรมกาย
โดยทำหนังสือไปที่ #ปปง. และ #DSI ว่า
.
"ผมเชื่อว่า เงินที่ทาง #วัดพระธรรมกาย รับ(บริจาค)ไป เป็นเงินบริสุทธิ์"
.
"แถมผมยังทำหนังสือขอบคุณศิษยานุศิษย์ด้วยที่เขาช่วยสหกรณ์ ผมพอใจแล้ว ผมได้เงินแล้ว"
.
"ถือว่าเราปิดเรื่องกับวัดพระธรรมกายเลย ทั้งแพ่งและอาญา ทนายเราถอนฟ้องท่าน #ธัมมชโย และวัดพระธรรมกาย เพราะเราถือว่าเราได้เงิน(ช่วยเหลือ) จากเงินบริจาคที่ทางวัดได้ไไป(ที่เราถือว่าเป็นเงินบริสุทธิ์)
.
"เราได้แล้ว เราถือว่าจบ และเราต้องขอบคุณทางศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายด้วย"
.
https://www.youtube.com/watch?v=XRVAT7WsffU

สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นกับวัดพระธรรมกาย

สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นกับวัดพระธรรมกาย

✔1. วัดพระธรรมกายมีส่วนเกี่ยวข้อง ในกรณีถูกกล่าวหาว่า..ยักยอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ของ นายศุภชัย ศรีศุภอักษร หรือไม่ ?

��ตอบ ↪วัดพระธรรมกายไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับกรณียักยอกเงินดังกล่าว เมื่อมีเหตุเกิดขึ้น ทางวัดได้สอบถามนายศุภชัยว่า..

เงินที่นำมาทำบุญได้มาจากไหน ? ก็ได้รับคำตอบว่า..กู้ยืมมาจากสหกรณ์ฯคลองจั่น และได้ชำระคืนแล้ว  โดยมีหลักฐานคือ การตรวจสอบบัญชีประจำปี และรายงานต่อที่ประชุมใหญ่สหกรณ์ฯ แล้ว

✔2. ยอดเงินบริจาคมากถึงหลายร้อยล้านบาท ทำไม..ทางวัดถึงไม่สงสัยที่มาของเงินบ้าง?

��ตอบ ↪นายศุภชัย ไม่ใช่ผู้ที่มาบริจาคทำบุญมากที่สุดของวัด ยังมีผู้ที่บริจาคทำบุญมากกว่านายศุภชัยอีกหลายท่าน

เพราะศาสนสถานที่ก่อสร้างเพื่อรองรับคนเรือนล้านต้องใช้งบประมาณมาก ดังนั้นเมื่อนายศุภชัยมาทำบุญจำนวนมาก และบอกว่า ได้ทำธุรกิจหลายอย่าง  ได้ผลกำไรดีมาก จึงเอามาทำบุญ ทางวัดจึงไม่ได้สงสัยอะไร

✔3. วัดพระธรรมกายนำเงินครั้งนี้ไปทำอะไร ?

��ตอบ ↪นำไปใช้ก่อสร้างศาสนสถานตามเจตนาของผู้บริจาค เนื่องจากมีประชาชนมาปฏิบัติธรรมที่วัดจำนวนมาก

คราวละนับล้านคนในงานบุญใหญ่  จึงจำเป็นต้องมีการสร้างศาสนสถานขนาดใหญ่รองรับ ซึ่งการสร้างศาสนสถานรองรับคนจำนวนมากนี้ ก็ต้องใช้งบประมาณจำนวนมากเช่นกัน

✔4. เพราะเหตุใด ทางวัดพระธรรมกายจึงคืนเงินบริจาคของนายศุภชัย จำนวน 684 ล้านบาท ให้แก่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ?

��ตอบ  ↪ทางวัดได้รับบริจาคโดยเปิดเผยและสุจริต  และนำเงินบริจาคไปสร้างศาสนสถานตามเจตนาของผู้บริจาคหมดแล้ว

ซึ่งตามกฎหมายแล้วทางวัดไม่สามารถนำเงินของผู้บริจาครายอื่นที่มาบริจาคทำบุญในวัตถุประสงค์อื่นมาคืนให้แก่สหกรณ์ฯได้

  แต่เมื่อเกิดเป็นคดีความขึ้น ทางคณะศิษย์ของวัดพระธรรมกายเห็นว่า  หากมีการต่อสู้คดีกันต่อไปก็จะกินเวลานาน และเกิดความเสียหายทั้งต่อชื่อเสียงของวัด  และต่อสมาชิกสหกรณ์ผู้ฝากเงินที่เดือดร้อน

  จึงได้ตั้งกองทุนรวบรวมเงินเพื่อช่วยเหลือเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนแก่สมาชิกผู้ฝากเงินสหกรณ์  โดยมีเงื่อนไขว่า

หากอนาคตมีการพิสูจน์ได้ว่า  เงินที่ทางนายศุภชัยนำมาบริจาคแก่วัดนั้น  มาจากการกู้ยืมและได้คืนไปหมดแล้ว  ตามที่นายศุภชัยได้แถลงข่าวแก่สื่อมวลชน ทางสหกรณ์ก็จะคืนเงินจำนวนดังกล่าวแก่คณะลูกศิษย์วัด

✔5. ขณะนี้ปัญหาระหว่างสหกรณ์ฯ กับวัดพระธรรมกายเป็นอย่างไรบ้าง ?

��ตอบ ↪ ทางสหกรณ์ฯได้มีหนังสือขอบคุณมายังคณะลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย  ที่มีน้ำใจจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือเยียวยาแก่ทางสหกรณ์ฯ และ

สมาชิกสหกรณ์ฯ ที่เดือดร้อนครบจำนวน  ทั้งที่ตามกฎหมายแล้ว เมื่อทางวัดรับเงินบริจาคโดยสุจริตเปิดเผย  และนำเงินไปก่อสร้างศาสนสถานซึ่งเป็นประโยชน์สาธารณะตามเจตนาของผู้บริจาคเสร็จสิ้นไปแล้ว

  ถือเป็นเรื่องไม่ผิดกฎหมาย  ดังตัวอย่าง  ที่นายศุภชัยก็ได้นำเงินไปบริจาคให้แก่วัดและโรงเรียนอื่น ๆ  อีกหลายแห่ง  ซึ่งก็ไม่ต้องคืนเงินแต่ประการใด  แต่ทางคณะลูกศิษย์วัดยึดหลักมนุษยธรรม  จึงจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือเยียวยาแก่สมาชิกสหกรณ์ฯ ที่เดือดร้อน 

ดังนั้นเรื่องราวระหว่างสหกรณ์ฯ กับทางวัดจึงจบลงแล้วด้วยดีทุกประการ   และเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2558  ทางวัดก็ได้ไปให้ข้อมูลกับทาง DSI ในฐานะพยานยืนยันว่า ทางวัดไม่มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นใด ๆ กับนายศุภชัย ในคดียักยอกเงินของสหกรณ์ฯ คลองจั่นแต่อย่างใด

✔6. นักวิชาการบางท่านได้ความคิดเห็นว่า การบริจาคเงินให้แก่วัด ควรมีวิธีการที่โปร่งใสและเปิดเผยมากกว่านี้ โดยควรระบุแหล่งที่มาของเงินนั้นๆ ในการบริจาคด้วย ทางวัดพระธรรมกาย เห็นด้วยกับความคิดเห็นดังกล่าวหรือไม่ อย่างไร ?

��ตอบ  ↪ วัดหรือมูลนิธิหรือองค์กรสังคมสงเคราะห์ต่าง ๆ ที่ดำเนินการอยู่ได้ด้วยเงินบริจาค

การจะไปถามผู้บริจาคว่า เอาเงินมาจากไหน ? ในเชิงปฏิบัติจริงทำได้ยาก  เพราะจะเป็นการเสียมารยาทอย่างยิ่ง เหมือนเป็นการดูถูกผู้บริจาค แต่ทางวัดเห็นด้วยกับหลักการความโปร่งใสในการบริจาคทาน

ดังนั้นจึงขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันคิดหาวิธีการที่ปฏิบัติได้จริงมานำเสนอ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย ทุกวัด ทุกมูลนิธิ และทุกองค์กรการกุศลสืบไป

✔7. ในความเชื่อที่ว่า "ยิ่งบริจาคมาก ยิ่งได้บุญมาก ชีวิตในชาติหน้าจะดียิ่ง ๆ ขึ้นไป”  ท่านมีความเห็นอย่างไร?

��ตอบ  ↪พระพุทธเจ้าตรัสว่า  ในการบริจาคทานนั้น หากผู้บริจาคมีจิตเลื่อมใสมาก

แม้บริจาคน้อยก็ได้บุญมาก  และทรัพย์ที่นำมาบริจาคนั้น ต้องเป็นทรัพย์ที่ได้มาด้วยความสุจริตด้วย จึงจะได้บุญมาก 

    “คนเราควรให้ทานเต็มกำลังศรัทธาของตนเอง
โดยไม่ให้เดือดร้อนตนเอง และไม่ให้เดือดร้อนผู้อื่น”

Monday, April 18, 2016

ใจ...หยุด 24 น. #2

Here’s what I added to a Code Block:

 <iframe id="db" src="https://dl.dropboxusercontent.com/s/5jdfd8besbbfhn6/embedded%20db%20test.txt"></iframe> 

You need to change the Dropbox domain from:
https://www.dropbox.com/
to:
https://dl.dropboxusercontent.com/ as in the example above.